การเรียนรู้ (Learning)

 



        การเรียนรู้ (Learning) คือกระบวนการพื้นฐานที่หล่อหลอมความเป็นมนุษย์และเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านปัญญา จิตวิญญาณ สังคม และวัฒนธรรม  

        โดยทั่วไปแล้ว การเรียนรู้คือการที่รู้ความจริง สามารถตอบในเรื่องนั้นได้ การจดจำ หรือปฏิบัติตามที่ได้เรียนรู้มาได้ นักการศึกษาและนักจิตวิทยาได้ให้คำจำกัดความของการเรียนรู้ไว้หลายแนวทาง:

  • ครอนแบช (L.J. Cronbach) ให้คำจำกัดความว่า "การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลมาจากการได้มีประสบการณ์" (Learning is shown by change in behavior as a result of experience) (Cornbach, 1963:71)
  • บารอน (Baron) กล่าวว่า "การเรียนรู้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือศักยภาพของพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร อันเป็นผลมาจากประสบการณ์" (Learning as any relatively permanent change in behavior, or potential behavior, produced by experience) (Baron, 1992:170)
  • สุชา จันทรเอม กล่าวว่า "การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่อินทรีย์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและปรับปรุงพฤติกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ" (สุชา จันทรเอม, 2518:193-194)

        จากนิยามของนักวิชาการจิตวิทยา สามารถสรุปได้ว่าการเรียนรู้จะต้องมีลักษณะสำคัญดังนี้:

  1. มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมภายนอกที่สังเกตได้ชัดเจน หรือพฤติกรรมภายใน (ศักยภาพของพฤติกรรม) ที่ไม่ได้แสดงออกมาทันที แต่พร้อมที่จะแสดงออกBenjamin Bloom ได้จำแนกพฤติกรรมออกมาเป็น 3 จำพวก ได้แก่ (Bloom, 1957)  
    • พฤติกรรมทางสมอง (Cognitive Domain) เช่น ความรู้ ความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปปรับใช้
    • พฤติกรรมด้านอารมณ์ ความรู้สึก หรือจิตใจ (Affective Domain) เช่น ความพอใจ รสนิยม เจตคติ ค่านิยม ศรัทธา ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
    • พฤติกรรมด้านกล้ามเนื้อหรือทักษะการใช้อวัยวะ (Psychomotor Domain) เช่น ทักษะการใช้มือร่วมกับประสาทสัมผัส การใช้ภาษาหรือสัญลักษณ์ การแสดงออกทางศิลปะ
  2. การเปลี่ยนแปลงเป็นได้ทั้งทางบวกหรือทางลบ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีหรือไม่เป็นที่พึงประสงค์ของสังคม ก็ยังถือว่าเกิดการเรียนรู้แล้วเช่นกัน
  3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องถาวรหรือค่อนข้างถาวร หมายถึงพฤติกรรมนั้นยังคงอยู่กับผู้เรียนและสามารถทำซ้ำได้ การเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วขณะจะไม่ถือเป็นการเรียนรู้
  4. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องมาจากการฝึกฝนหรือประสบการณ์เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงจากสาเหตุอื่น เช่น การเจริญเติบโต วุฒิภาวะ การเจ็บป่วย หรือการเมาสุรา จะไม่ถือเป็นการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ที่ได้มาจากดลใจหรืออิลฮามจากอัลลอฮ์ ก็ถือเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ทางจิต

        สรุปโดยรวม คือ การเรียนรู้เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือศักยภาพพฤติกรรม ที่เกิดจากการได้รับประสบการณ์ การฝึกฝน หรือการดลใจจากพระเจ้า การเรียนรู้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้เรียนเข้าใจสิ่งที่เรียนและสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ใช่เพียงการท่องจำหรือเลียนแบบภายนอกเท่านั้น

ในมุมมองของอิสลาม

  • ความรู้คือหนทางแห่งการชี้ทางและการพัฒนา: อัลลอฮ์ทรงยกเกียรติมนุษย์ด้วยการประทานความรู้และทรงกำหนดให้เป็นหนทางแห่งการชี้ทางและการพัฒนาในทุกมิติ วะฮ์ยูแรกที่ประทานแก่ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) คือคำสั่ง "จงอ่านเถิด ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงสร้าง" (อัล-อะลัก :96/1)
  • อาดัมได้รับความรู้จากพระเจ้า: อัลลอฮ์ทรงสอนอาดัมในทุก ๆ นาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรู้คือเกียรติอันสูงส่งที่ประทานแก่มนุษย์เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
  • มนุษย์เกิดมาโดยไม่รู้อะไรเลย: อัลลอฮ์ทรงให้มนุษย์ออกจากครรภ์มารดาโดยไม่รู้อะไรเลย และทรงสร้างประสาทสัมผัส (การได้ยิน การเห็น และจิตใจ) เพื่อให้มนุษย์ได้รับรู้และเกิดการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม
  • การศึกษาอัลกุรอาน: มุสลิมทุกคนได้รับการส่งเสริมให้อ่านและศึกษาเรียนรู้อัลกุรอาน การศึกษาอัลกุรอานไม่ได้เป็นเพียงการอ่านออกเสียง แต่ต้องเรียนรู้และเข้าใจความหมายในอายะฮฺนั้นด้วย
  • ความรู้ในอิสลามมี 3 รูปแบบ:
    1. ฟิฏเราะฮฺ ( فطرة): ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิด เช่น การกิน การดื่ม การนอน
    2. มุกตะซิบ (مكتسب): ความรู้ที่มนุษย์แสวงหาเองด้วยความพยายาม เช่น จากการสังเกต ประสบการณ์ การทดลอง หรือจากวะฮ์ยูในอัลกุรอานและหะดีษ
    3. ละดุนี (لدني): ความรู้ที่อัลลอฮ์ประทานแก่บุคคลเฉพาะที่พระองค์จะประทานให้

        การเรียนรู้จึงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและครอบคลุมหลายมิติ ทั้งด้านพฤติกรรม ปัญญา และอารมณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาตนเองและการดำเนินชีวิต

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ 

    การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการดังต่อไปนี้:

  1. ผู้เรียน (Learner) หมายถึง ผู้ที่จะเรียนรู้ในความรู้นั้นๆ เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่มาศึกษาหาความรู้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตัวแปรดังต่อไปนี้:

    • วุฒิภาวะและความพร้อม (Maturation and Readiness)
      • วุฒิภาวะ (Maturation) คือ กระบวนการเจริญเติบโตตามลำดับขั้นตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยวุฒิภาวะทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และเพศ การเรียนรู้จะสัมพันธ์กับวุฒิภาวะของผู้เรียน เด็กจะเรียนรู้ได้ตามวุฒิภาวะเท่านั้น ถ้ายังไม่ถึงวุฒิภาวะในเรื่องนั้นๆ จะฝึกหรือสอนอย่างไรก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้
      • ความพร้อม (Readiness) หากเด็กขาดความพร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เด็กก็จะไม่เรียนรู้หรือเรียนรู้ได้ยาก ดังนั้น ครูควรพิจารณาวุฒิภาวะและความพร้อมของเด็กก่อนสอน
    • อายุ (Age) มนุษย์ในวัยต่างกันจะเรียนรู้ไม่เหมือนกัน ความสามารถในการเรียนรู้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยมหาวิทยาลัย และจะถึงขีดสูงสุดเมื่ออายุ 25 ปี หลังจากนั้นจะคงตัวและค่อยๆ ลดลงในวัยชรา อัลลอฮ์ตรัสว่า "และอัลลอฮ์ทรงบังเกิดพวกเจ้า แล้วทรงให้พวกเจ้าตาย และบางคนในหมู่พวกเจ้ามีผู้ถูกนำกลับไปยังวัยต่ำสุดของชีวิต (วัยชรา) เพื่อมิให้เขารู้อะไรหลังจากที่เคยมีความรู้ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงอานุภาพ" (อัน-นะหฺลฺ:16/70) ความแข็งแรงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการเรียนรู้จะลดลงตามวัย ธอร์นไดค์พบว่าความสามารถในการเรียนรู้จะพัฒนาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ 5 ขวบ จนถึง 17-20 ปี แล้วจึงลดลง
    • เพศ (Sex) โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าผู้ชายเรียนรู้ได้ดีและเร็วกว่าผู้หญิง แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองเพศมีความแตกต่างกันทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา อัลลอฮ์ตรัสว่า "และใช่ว่าเพศชายนั้นจะเหมือนกันเพศหญิง" (อาลาอิมรอน:3/36) ผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจไม่เหมือนกัน เช่น ผู้ชายชอบเครื่องกล กิจกรรมโลดโผน จึงเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่า ส่วนผู้หญิงจะเรียนรู้เรื่องที่ละเอียดอ่อน เช่น การเย็บปักถักร้อยหรือภาษาได้ดีกว่า
    • ประสบการณ์เดิม (Experience) ประสบการณ์เดิมของผู้เรียนมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การถ่ายโยงความรู้ (Transfer of Learning) คือกระบวนการที่ผู้เรียนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์เดิมกับความรู้ใหม่ที่กำลังเรียนรู้
      • หากประสบการณ์เดิมช่วยให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ดีขึ้นและเร็วขึ้น เรียกว่า Positive Transfer
      • หากประสบการณ์เดิมรบกวนการเรียนรู้ใหม่ ทำให้ช้าลง เรียกว่า Negative Transfer แหล่งที่มารวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นด้วย ดังที่อัลลอฮ์ตรัสว่า "แน่นอน ในเรื่องราวของพวกเขานั้น มีบทเรียนสำหรับบรรดาผู้มีสติปัญญา" (ยูซุฟ:12/111) อายะฮ์นี้ยืนยันว่าเรื่องราวของบรรดานบีและประชาชาติในอดีตเป็นบทเรียนสำหรับผู้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง
    • สมรรถวิสัย (Capacity) คือ ขีดความสามารถของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีสมรรถวิสัยสูงจะเรียนรู้ได้ดีกว่า อัลลอฮ์ตรัสว่า "และพระองค์นั้นคือผู้ที่ทรงให้พวกเจ้าเป็นผู้สืบแทนในแผ่นดิน และได้ทรงเทิดบางคนของพวกเจ้าเหนือกว่าอีกบางคนหลายขั้น เพื่อที่พระองค์จะทรงทดสอบพวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่พวกเจ้า" (อัล-อันอาม:6/165) แม้มนุษย์จะมีสมรรถวิสัยแตกต่างกัน แต่อัลลอฮ์จะมอบหมายภาระเท่าที่เขาสามารถทำได้
    • ความบกพร่องทางกายบางประการ (Physical Handicaps) การรับรู้เพื่อการเรียนรู้ต้องใช้ประสาทสัมผัส หากระบบประสาทสัมผัสบกพร่อง เช่น ตา หู หรือส่วนอื่นๆ อาจทำให้การเรียนรู้บกพร่องมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความบกพร่องและเรื่องราวที่ต้องการเรียนรู้
    • การจูงใจ (Motivation) คือ การกระตุ้นให้สนใจในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้และเรียนรู้อย่างมีจุดหมายที่แน่นอน
    • สติปัญญา (Intelligence) วูดโรว์ (Woodrow, 1946) พบว่า คนที่มี IQ สูงจะเรียนรู้ได้ดีกว่าคนที่มี IQ ต่ำ
    • อารมณ์ (Emotion) จากการศึกษาพบว่า เด็กที่มีความวิตกกังวลน้อยจะเรียนรู้ได้ดีกว่าเด็กที่มีความวิตกกังวลมาก อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ หรือความกลัว จะส่งผลลบต่อการเรียนรู้
  2. บทเรียน (Task Variables) บทเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน หากบทเรียนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child Center) ผู้เรียนจะเรียนได้ดีกว่าบทเรียนที่เน้นเนื้อหาวิชา (Subject Matter Center) บทเรียนต้องไม่ยากหรือง่ายเกินไป เนื้อหาควรอยู่ในความสนใจของผู้เรียน และไม่มีตัวรบกวน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนได้แก่:

    • ความยากง่ายของบทเรียน บทเรียนที่ง่ายย่อมส่งผลให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีกว่าบทเรียนที่ยาก ความยากง่ายต้องพอเหมาะกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
    • ความมีความหมายของบทเรียน บทเรียนที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ทันที จะทำให้ผู้เรียนสนใจและเรียนรู้ได้ดี
    • ความยาวของบทเรียน บทเรียนที่ยาวเกินไปจะยากต่อการเรียนรู้มากกว่าบทเรียนสั้นๆ แต่ถ้าสั้นเกินไปอาจไม่ครอบคลุม
    • ตัวรบกวน (Interference) มี 2 ลักษณะคือ:
      • Proactive Interference: บทเรียนก่อนหน้ามารบกวนบทเรียนใหม่
      • Retroactive Interference: บทเรียนหลังจากที่เรียนมารบกวนบทเรียนที่เพิ่งเรียนไป ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า "หนึ่งในความดีงามของอิสลามของบุคคล คือ การละทิ้งสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา" (อัตตริมีซีย์:2317) หะดีษนี้ชี้ให้เห็นว่าการจดจ่อกับสิ่งมีคุณค่าและการละทิ้งสิ่งรบกวนเป็นคุณลักษณะของผู้มีวุฒิภาวะและมีเป้าหมายในการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ดี
  3. วิธีการเรียนการสอน (Method of Learning) วิธีการจัดการเรียนการสอนมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องได้แก่:

    • กิจกรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การจัดเวลา ครู วิธีบรรยาย อภิปราย ค้นคว้า ลงมือปฏิบัติ เลือกวิธีการสอน และสื่ออุปกรณ์ จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
    • เครื่องล่อ (Incentives) การนำสิ่งหรือสถานการณ์ที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็วขึ้น เช่น การให้รางวัลหรือจัดแข่งขัน
    • การให้คำปรึกษาและแนะแนว (Advise and Guidance) เมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และต้องการเปลี่ยนพฤติกรรม ครูควรช่วยสร้างจุดมุ่งหมายที่ถูกต้องอย่างพอเหมาะและทันเวลา
    • เสริมแรง (Reinforcement) คือการให้ (เสริมแรงทางบวก) หรือการถอนออก (เสริมแรงทางลบ) สิ่งที่ผู้เรียนพอใจ เพื่อเพิ่มความถี่ของพฤติกรรมที่พึงประสงค์
    • ฝึกฝนหรือฝึกปฏิบัติ (Practice) เป็นการส่งเสริมให้สิ่งที่ผู้เรียนเรียนรู้มามั่นคงถาวรขึ้น เกิดความชำนาญ และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า "คนที่ประเสริฐในบรรดาพวกเจ้านั้น คือ คนที่ศึกษาเรียนรู้อัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน" (อัลบุคอรีย์:5207)
    • ให้รู้ผลงาน (Knowledge Results) การให้ผู้เรียนรู้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ว่าดีหรือไม่ เพื่อให้เขาสามารถแก้ไขหรือรักษาสภาพที่ดีนั้นไว้ได้
  4. การถ่ายโยงความรู้หรือการถ่ายโอนความรู้ (Transfer of Learning) หมายถึง ความรู้เดิมที่เรียนรู้มาแล้วส่งผลต่อการเรียนรู้ใหม่ มีทั้งการถ่ายโยงที่เป็นบวกที่ทำให้เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ง่ายขึ้น และการถ่ายโยงที่เป็นลบที่ทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ยากหรือช้าลง โดยทั่วไปแล้วการถ่ายโยงความรู้มักเป็นไปในทางบวกและช่วยย่นระยะเวลาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะถ้าความรู้ใหม่คล้ายคลึงกับความรู้เก่า และผู้เรียนมีสติปัญญา เจตคติที่ดี และความสนใจ

 

ความหมายของความรู้ (Knowledge)

        โดยทั่วไปแล้ว ความรู้ (Knowledge) คือ ความเข้าใจในเรื่องบางเรื่องหรือสิ่งบางสิ่ง ซึ่งอาจรวมไปถึงความสามารถในการนำสิ่งนั้นไปใช้เพื่อเป้าหมายบางประการ

        นักวิชาการและนักจิตวิทยาได้ให้คำจำกัดความของความรู้ไว้หลายแนวทาง:

            เบนจามิน บลูม (Benjamin S. Bloom) ได้ให้ความหมายว่า ความรู้คือ "การเรียนรู้ที่เน้นถึงการจำและการระลึกได้ถึงความคิด วัตถุ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการจำที่เริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ ที่เป็นอิสระแก่กัน ไปจนถึงความจำในสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนและมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน"

            อิมาม อัล-ฆอซาลี ได้ให้ความหมายของความรู้ที่แตกต่างออกไป โดยไม่ปะปนกับความเชื่อ ความยึดมั่น หรือความคิดเห็น ท่านกล่าวว่า "ความรู้เป็นความเชื่อที่ยืนยันและไม่แคลงใจที่สอดคล้องกับสิ่งที่รู้จัก เปิดเผยให้เห็นประจักษ์และสามารถอธิบายได้ ห่างไกลจากความคลางแคลงใจ"

ความรู้ในอิสลาม

    ในมุมมองของอิสลาม ความรู้ประกอบด้วย:

        ความรู้อิบาดะฮฺ (عبادة): ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการภักดีต่ออัลลอฮฺ ซึ่งมีทั้งที่มนุษย์ทุกคนต้องเรียนรู้และที่มนุษย์สามารถเลือกเรียนรู้ได้

        ความรู้คิลาฟะฮฺ (خلافة): ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสรรพสิ่งบนโลกนี้แทนพระองค์

    อัลลอฮ์จะประทานความรู้แก่มนุษย์ใน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:

        1. ฟิฏเราะฮฺ ( فطرة): เป็นความรู้ที่มนุษย์ทุกคนมีมาแต่กำเนิด เช่น การกิน การดื่ม การนอน หรือการขับถ่าย

        2. มุกตะซิบ (مكتسب): เป็นความรู้ที่มนุษย์แสวงหาเองด้วยความพยายามของเขา ความรู้ประเภทนี้ได้มาจาก การสังเกต ประสบการณ์ การทดลอง การประมวลผลด้วยปัญญา หรือจากวะฮ์ยู (การเปิดเผยจากพระเจ้า) ที่มาจากอัลกุรอานและหะดีษของท่านนบี

            อัลลอฮ์ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า: "ดังที่เราได้ส่งเราะซูล (ศาสนทูต) ผู้หนึ่ง จากพวกเจ้าเองมาในหมู่พวกเจ้า ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง และจะทำให้พวกเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ และจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติให้แก่พวกเจ้า และจะสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน" (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2:151)

        3. ละดุนี (لدني): เป็นความรู้ที่อัลลอฮ์ประทานมาแก่บุคคลเฉพาะที่พระองค์จะประทานให้ หรือจากความพยายามของคนผู้นั้นจนได้รับการดลใจจากอัลลอฮ์

            ◦ มีตัวอย่างในอัลกุรอานของชายศอลิฮฺคนหนึ่ง (ที่นักวิชาการส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นนบีคิฎิร) ที่นบีมูซาขอติดตามด้วย ชายผู้นี้มีความรู้เฉพาะที่นบีมูซาไม่รู้ เช่น การเจาะเรือ ฆ่าเด็ก หรือช่วยยกกำแพง

            ◦ อัลลอฮ์ตรัสว่า: "แล้วทั้งสองได้พบบ่าวคนหนึ่งจากปวงบ่าวของเรา ที่เราได้ประทานความเมตตาจากเราให้แก่เขา และเราได้สอนความรู้จากเราให้แก่เขา" (อัล-กะฮฺฟิ 18:65)

        สรุปได้ว่า ความรู้ในอิสลามนั้นครอบคลุมทั้งสิ่งที่มนุษย์มีมาแต่กำเนิด สิ่งที่แสวงหาด้วยความเพียรพยายาม และสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้โดยตรง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหนทางนำไปสู่ความเข้าใจและการพัฒนาชีวิตในทุกมิติ

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...