เฉลยคำถามท้ายบท


 



บทนำ

คำถามแบบอัตนัย
  1. อะไรคือแรงจูงใจเบื้องต้นที่ทำให้มนุษย์พยายามทำความเข้าใจเหตุการณ์รอบตัว?

  2. มนุษย์ใช้วิธีใดในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ใหม่กับประสบการณ์ในอดีต?

  3. ทำไมความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม?

  4. วิทยาการด้านจิตวิทยามีต้นกำเนิดและพัฒนาอย่างไรตามบทความ?

  5. อัลกุรอานมีมุมมองต่อ "จิต" (نَفْس) อย่างไร และส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์อย่างไร?

  6. จากอายะฮ์ในอัช-ชัมซฺ (91/7-10) สรุปคุณสมบัติของ "จิตที่บริสุทธิ์" ได้อย่างไร?

  7. นักปราชญ์มุสลิมกลุ่มใดบ้างที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องจิตและวิญญาณ?

  8. เพราะเหตุใดมุสลิมทุกคนจึงควรศึกษาเกี่ยวกับจิตมนุษย์ตามคำสอนของศาสนาอิสลาม?

  9. บทบาทของ “ดาอีย์” เชื่อมโยงกับการเรียนรู้จิตวิทยาในแง่มุมใดบ้าง?

  10. การเชิญชวน (ดาอฺวะฮฺ) ที่มีประสิทธิภาพควรตั้งอยู่บนหลักการใดตามอัลกุรอาน 16:125?

  11. อัลฮิกมะฮฺ (الحكمة) ในบริบทของการเผยแผ่ศาสนาหมายถึงอะไร?

  12. หะดีษที่กล่าวว่า “เราถูกใช้ให้พูดกับมนุษย์เท่าความสามารถทางปัญญาของพวกเขา” สะท้อนแนวคิดการสอนอย่างไร?

  13. บทบาทของท่านนบี ﷺ ในฐานะ "มุอัลลิม มุยัสซีร" (ครูที่ทำให้เรื่องง่าย) มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้เผยแผ่ศาสนา?

  14. จิตวิทยาในฐานะเครื่องมือในการเข้าใจและเปลี่ยนพฤติกรรมมีประโยชน์เชิงปฏิบัติอย่างไรสำหรับดาอีย์?

  15. คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าดาอีย์จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งศาสนาและศาสตร์อื่น ๆ ควบคู่กัน?


เฉลย


ข้อ คำถาม คำเฉลย
1 แรงจูงใจเบื้องต้นที่ทำให้มนุษย์พยายามทำความเข้าใจเหตุการณ์รอบตัว ความอยากรู้อยากเห็นและต้องการคำอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
2 มนุษย์ใช้วิธีใดในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ใหม่กับประสบการณ์ในอดีต ใช้ความจำเพื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เดิม และหาวิธีแก้ปัญหาจากประสบการณ์
3 ทำไมความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม และสื่อสารอย่างเข้าใจ
4 วิทยาการด้านจิตวิทยามีต้นกำเนิดและพัฒนาอย่างไร จากความพยายามสะสมประสบการณ์และจัดระบบความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์
5 อัลกุรอานมีมุมมองต่อ "จิต" (نَفْس) อย่างไร จิตมีทั้งด้านดีและด้านชั่ว มนุษย์ต้องชำระจิตให้บริสุทธิ์เพื่อควบคุมพฤติกรรม
6 จากอายะฮ์ในอัช-ชัมซฺ (91/7-10) สรุปคุณสมบัติของ "จิตที่บริสุทธิ์" คือจิตที่ควบคุมตนเองได้ ดำเนินตามทางที่ดี มีความสำรวม
7 นักปราชญ์มุสลิมกลุ่มใดให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องจิตและวิญญาณ เช่น อัร-รอซี, อัล-ฆอซาลี, อิบนุซีนา ฯลฯ
8 เหตุใดมุสลิมจึงควรศึกษาเรื่องจิตมนุษย์ เพื่อเข้าใจตนเองและผู้อื่น และเผยแผ่ศาสนาได้อย่างมีเมตตา
9 บทบาทของ “ดาอีย์” เชื่อมโยงกับจิตวิทยาอย่างไร ดาอีย์ต้องเข้าใจมนุษย์และใช้จิตวิทยาในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
10 หลักการของดาอฺวะฮฺตามอัลกุรอาน 16:125 เชิญชวนด้วยอัลฮิกมะฮฺ ความดี และโต้แย้งด้วยสิ่งที่ดีกว่า
11 อัลฮิกมะฮฺในบริบทการเผยแผ่ศาสนา หมายถึงความรู้ ปัญญา และวิธีการที่นุ่มนวล เข้าใจง่าย
12 หะดีษ “พูดกับมนุษย์เท่าความสามารถทางปัญญาของพวกเขา” สะท้อนอะไร แนวทางการสอนที่เหมาะกับระดับปัญญาผู้เรียน
13 บทบาทของท่านนบี ﷺ ในฐานะครูที่ทำให้เรื่องง่าย ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ศาสนาอย่างสะดวกและเมตตา
14 ประโยชน์เชิงปฏิบัติของจิตวิทยาสำหรับดาอีย์ ช่วยเข้าใจและปรับพฤติกรรมของผู้ฟังด้วยความเข้าใจและเมตตา
15 ความคิดเห็นต่อแนวคิดว่าดาอีย์ต้องเรียนรู้ทั้งศาสนาและศาสตร์อื่น ๆ เพื่อเข้าใจมนุษย์อย่างรอบด้าน และเผยแผ่ศาสนาได้อย่างลุ่มลึก


บทที่ 1
I. ตอบแบบอัตนัยสั้นๆ 

  1. จิตวิทยามีรากศัพท์มาจากคำว่าอะไร และมีความหมายว่าอย่างไร?

    • คำตอบ: มาจากคำว่า Psyche (จิต/วิญญาณ) และ Logos (วิทยาการ) หมายถึง “ศาสตร์แห่งการศึกษาเกี่ยวกับจิต”

  2. จิตวิทยาสมัยใหม่เน้นการศึกษาอะไร?

    • คำตอบ: เน้นการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงกระบวนการทางจิต เช่น ความคิด อารมณ์ และการเรียนรู้

  3. พฤติกรรมแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง?

    • คำตอบ: แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่:

      1. ตามการสังเกต (ภายนอก/ภายใน)

      2. ตามที่มา (ติดตัว/เรียนรู้)

      3. ตามการยอมรับทางสังคม (พึงประสงค์/ไม่พึงประสงค์)

  4. คำว่า “نفس” ในอิสลามหมายถึงอะไร?

    • คำตอบ: หมายถึงจิตหรือวิญญาณ ครอบคลุมถึงพลังจิต ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม

  5. ประเภทของจิตในอิสลามมีอะไรบ้าง?

    • คำตอบ: มี 5 ระดับ ได้แก่:

      1. จิตสมดุล (نفس سوية)

      2. จิตใฝ่ต่ำ (نفس أمارة بالسوء)

      3. จิตสำนึก (نفس لوامة)

      4. จิตบริสุทธิ์ (نفس زكية)

      5. จิตสงบ (نفس مطمئنة)

  6. การขัดเกลาจิต (تزكية النفس) มีเป้าหมายเพื่ออะไร?

    • คำตอบ: เพื่อพัฒนาจิตให้ใกล้ชิดอัลลอฮฺและสะอาดจากสิ่งไม่ดี

  7. วิธีการขัดเกลาจิตในอิสลามมีอะไรบ้าง?

    • คำตอบ: การละหมาด, การถือศีลอด, การรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกร์), การศึกษาหาความรู้, การหลีกเลี่ยงบาป

  8. จุดประสงค์ของการศึกษาจิตวิทยาคืออะไร?

    • คำตอบ: เพื่อเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์, ควบคุมและพัฒนาพฤติกรรม, และใช้ในการสื่อสารและการสอน

  9. ข้อสำคัญของจิตวิทยาสำหรับครูคืออะไร?

    • คำตอบ: ครูต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้เรียน, เป็นแบบอย่างที่ดี, และช่วยพัฒนาจิตใจและพฤติกรรมของนักเรียน

  10. ครูสามารถขัดเกลาจิตนักเรียนได้อย่างไร?

    • คำตอบ: โดยการเป็นแบบอย่างที่ดี, สอนคุณธรรมผ่านบทเรียน, และสนับสนุนให้นักเรียนคิดดี ทำดี

  11. การศึกษาจิตวิทยาควรเริ่มต้นอย่างไร?

    • คำตอบ: ศึกษาแนวคิดพื้นฐาน, วิเคราะห์พฤติกรรม, ใช้ตัวอย่างจากชีวิตจริง และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

  12. จิตในอิสลามมีความสำคัญอย่างไรต่อพฤติกรรมมนุษย์?

    • คำตอบ: จิตเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมและเนียต มีทั้งด้านดีและชั่วที่ส่งผลต่อการกระทำ

  13. การขัดเกลาจิตช่วยพัฒนามนุษย์ในด้านใดบ้าง?

    • คำตอบ: ช่วยพัฒนาคุณธรรม, ความสงบในจิตใจ, และความสัมพันธ์ที่ดีต่ออัลลอฮฺและผู้อื่น

  14. การสังเกตพฤติกรรมช่วยให้เข้าใจมนุษย์ได้อย่างไร?

    • คำตอบ: ช่วยให้เข้าใจที่มาของพฤติกรรม, ปัจจัยที่ส่งผล และแนวทางแก้ไขหรือพัฒนา

  15. ทำไมการศึกษาจิตวิทยาจึงสำคัญสำหรับครู?

    • คำตอบ: เพราะช่วยให้ครูเข้าใจผู้เรียน, วางแผนการสอนที่เหมาะสม, และพัฒนานักเรียนทั้งด้านความรู้และจิตใจ


ตัวอย่างแนวคำตอบ ข้อ II

1. วิวัฒนาการของจิตวิทยาจากอดีตถึงปัจจุบัน

แนวคำตอบ: จิตวิทยาเริ่มต้นจากแนวคิดเกี่ยวกับ "จิตและวิญญาณ" โดยเชื่อว่าวิญญาณคือสิ่งที่ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ นักปรัชญายุคแรกใช้วิธีนั่งคิด (Armchair method) เพื่อหาคำตอบเรื่องดี–ชั่ว ปัจจุบันจิตวิทยาเปลี่ยนไปเน้นการศึกษาพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำความเข้าใจ ทำนาย และควบคุมพฤติกรรมมนุษย์และสัตว์

2. ประเภทของพฤติกรรมตามหลักการสังเกต

แนวคำตอบ: พฤติกรรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior): ผู้อื่นสามารถสังเกตได้ เช่น การเดิน วิ่ง พูด

    • โมล่า: สังเกตได้โดยตรง

    • โมเลกุล่า: ต้องใช้เครื่องมือ เช่น ความดันโลหิต

  • พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior): สังเกตไม่ได้โดยตรง เช่น ความคิด ความรู้สึก เจตนา ต้องใช้การตีความหรือเครื่องมือช่วย

3. ความสัมพันธ์ระหว่างจิต (نفس) กับใจ (قلب)

แนวคำตอบ: “จิต” เป็นศูนย์รวมของความคิด ความรู้สึก และความต้องการ ส่วน “ใจ” ทำหน้าที่ตัดสินใจและควบคุมพฤติกรรมต่างๆ จิตจะได้รับอิทธิพลจากใจในการกระทำสิ่งดีหรือชั่ว และใจเป็นแหล่งของเจตนา ความเชื่อ ความศรัทธา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการแสดงพฤติกรรม จิตกับใจจึงสัมพันธ์กันทั้งทางตรงและทางอ้อมในการขับเคลื่อนชีวิตมนุษย์

4. ลักษณะจิตใฝ่ต่ำ (نفس أمارة بالسوء) และผลของมัน

แนวคำตอบ: จิตใฝ่ต่ำคือจิตที่ถูกกระตุ้นให้ทำความชั่ว อยู่ภายใต้อิทธิพลของไชฏอนและอารมณ์ เช่น ความอิจฉา ความต้องการไม่ถูกต้อง ส่งผลให้มนุษย์ละเมิดคำสอนศาสนา ตัวอย่างเช่น กอบีลฆ่าน้องชาย หรือภรรยาเจ้าเมืองที่ยั่วยวนยูซุฟ ผลของจิตใฝ่ต่ำคือการกระทำที่ผิดศีลธรรม ซึ่งนำสู่ผลกรรมและการลงโทษจากพระเจ้า

5. วิธีการขัดเกลาจิตตามหลักอิสลาม

แนวคำตอบ: อิสลามเน้นการขัดเกลาจิตเพื่อให้บริสุทธิ์และใกล้ชิดอัลลอฮฺ วิธีการ ได้แก่:

  • การละหมาดและถือศีลอดเพื่อฝึกความอดทน

  • การซิกร์ (รำลึกถึงอัลลอฮฺ) เพื่อให้จิตสงบ

  • การอ่านอัลกุรอานและขออภัยโทษ

  • การหลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี เช่น ความโกรธ อิจฉา

  • การทำดีต่อผู้อื่น เช่น การบริจาคและช่วยเหลือ

  • การเรียนรู้และหาความรู้เพื่อพัฒนาจิตใจอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างแนวคำตอบข้อ III.

1. ยกตัวอย่างพฤติกรรมภายนอกและภายในจากชีวิตประจำวัน

พฤติกรรมภายนอก (สังเกตได้):

  • เดินไปโรงเรียน

  • ยิ้มทักทายเพื่อน

  • เขียนบันทึกประจำวัน

พฤติกรรมภายใน (สังเกตไม่ได้):

  • คิดวางแผนการเรียนวันนี้

  • รู้สึกวิตกเมื่อยังไม่ได้ทำการบ้าน

  • ตั้งใจว่าจะละหมาดให้ครบ 5 เวลา

2. ทดลองใช้วิธีขัดเกลาจิต แล้วบันทึกผล 3 วัน

วิธีที่เลือก: การซิกร์ (รำลึกถึงอัลลอฮฺ)

ผลการทดลอง:

  • วันแรก: รู้สึกสงบมากขึ้นเมื่อกล่าว “ซุบฮานัลลอฮฺ” ระหว่างเดินทาง

  • วันที่สอง: เริ่มมีสติรู้ตัวเมื่อรู้สึกโกรธ ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น

  • วันที่สาม: พบว่าการซิกร์ตอนเช้าทำให้เริ่มวันด้วยจิตใจที่นิ่งและมีแรงใจดี

3.  สร้าง Mind Map ประเภทจิต 5 ระดับ (ตามอิสลาม)

ประเภทจิตในอิสลาม
│
├─ 1. จิตสมดุล (نفس سوية)
│   └ รับรู้ทั้งดีและชั่ว
│
├─ 2. จิตใฝ่ต่ำ (نفس أمارة بالسوء)
│   └ ชักนำให้ทำสิ่งผิด
│
├─ 3. จิตสำนึก (نفس لوامة)
│   └ ตำหนิตัวเมื่อทำผิด
│
├─ 4. จิตบริสุทธิ์ (نفس زكية)
│   └ ผ่านการฝึกและชำระจิต
│
└─ 5. จิตสงบ (نفس مطمئنة)
    └ พอใจต่อพระเจ้า มีความสงบมั่นคง

4. วิเคราะห์พฤติกรรมพึงประสงค์/ไม่พึงประสงค์ในโรงเรียน

พฤติกรรมพึงประสงค์    พฤติกรรมไม่พึงประสงค์
ละหมาดครบเวลา    ขาดเรียนบ่อย
ช่วยเหลือเพื่อน    พูดหยาบคายกับเพื่อน
รักษาความสะอาด    ทิ้งขยะไม่เป็นที่
ตั้งใจเรียน        ลอกการบ้านเพื่อน
เคารพครูผู้สอน    ไม่ส่งงานตามกำหนดเวลา

5. เขียนแผนว่าครูจะช่วยนักเรียนพัฒนาจิตสงบได้อย่างไร

แผนเบื้องต้นของครู:

  •  สร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่สงบและปลอดภัย

  • แทรกบทเรียนจริยธรรมผ่านเรื่องเล่าในอัลกุรอานหรือจากนบี

  • ฝึกให้นักเรียนรู้จักความเงียบ สติ และการสะท้อนตน

  • สนับสนุนให้ละหมาดครบเวลา และรู้จักเนียตที่ดี

  • ให้คำปรึกษาอย่างเข้าใจเมื่อเด็กมีความเครียดหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบน

  • ส่งเสริมกิจกรรมกลุ่มเพื่อสร้างความเมตตาและสัมพันธ์ที่ดี

บทนำ

 




وَفِي أَنْفُسِكُمْ أَفَلَا تُبْصِرُونَ

“และในตัวพวกเจ้าพวกเจ้าจะไม่เห็นดอกหรือ” (อัจ-ซาริยาต:51/21)

 

 บทนำ

 

มนุษย์เราตั้งแต่ในสมัยอดีตที่ยาวนานได้มีความพยายามศึกษาอย่างต่อเนื่องที่จะรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา โดยพยายามค้นหาสาเหตุ หรือพลัง หรืออำนาจที่เขาคิดว่ามีอิทธิพลต่อการเกิดและไม่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ

แน่นอนสิ่งที่จะช่วยให้เขาสามารถเข้าใจในเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นได้ดี คือ ความสามารถของตัวเขาเองในการเก็บบันทึกข้อมูลเป็นความจำ และสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ที่เขาค้นพบใหม่กับเหตุการณ์ที่เขาได้ค้นพบมาแล้วในอดีต เมื่อเขาได้ประสบเหตุการณ์หรือปัญหาเขาก็จะหยุดคิดและพยายามนึกเหตุการณ์ลักษณะนี้กับเหตุการณ์นี้ว่าเขาได้ประสบมาแล้วหรือยังในอดีต และพยายามนึกอีกว่าในครั้งนั้นเขาได้แก้ปัญหานั้นอย่างไร แล้วนำเหตุการณ์นั้นมาเป็นแเนวทางในการแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่ถ้าเขาพบว่าเขาไม่เคยประสบพบเหตุการณ์ลักษถเะนี้มาเลย ก็จะพยายามนึกเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน หรือทั้งสองเหตุการณ์นั้นมีอะไรที่สัมพันธ์กัน แล้วหาแนวทางการแก้ปัญหาตามประสบการณ์ที่มีอยู่

กล่าวคือ มนุษย์ได้พยายามใช้ประสบการณ์ที่ได้ประสบมาในอดีต มาอธิบายและตัดสินกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาในปัจจุบัน

นอกจากเขาได้พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์รอบข้างแล้ว พวกเขาก็ได้พยายามที่จะทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเขาเองและบุคคลคนอื่น พยายามศึกษา ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและสาเหตุที่ทำให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมนั้นๆออกมา พยายามศึกษาความแตกต่างของบุคคล แต่ความพยายามของพวกเขาหลายครั้งที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ เขาไม่สามารถค้นพบสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น พวกเขาจะพยายามอธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอำนาจลึกลับแล้วแต่ที่เขาจะคิดค้นมา เราคงเคยได้ยินว่าคนโบราณบางกลุ่มบำบัดคนบ้าหรือคนที่เป็นโรคทางประสาท โดยการลงโทษอย่างสาหัส เพราะเขาเชื่อว่าการที่คนเราเป็นเช่นนั้นเพราะชาตาน(ไชฏอน) เข้าสิงอยู่ข้างใน การที่จะทำให้คนๆนั้นหายจากอาการนั้นได้จะต้องทรมานร่างกายของเขาจนไซฏอนรู้สึกเจ็บปวดและผละหนีออกจากร่างไป

เมื่อวิทยาการก้าวหน้า การศึกษาเกี่ยวกับจิตมนุษย์ก็ได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ข้อมูลและประสบการณ์ ถูกสะสมอย่างมากมาย และสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้น มีการจัดระเบียบ เรียบเรียงขอข้อมูลและประสบการณ์นั้นอย่างเป็นระบบ จนกลายเป็นวิชาที่เรียกว่า จิตวิทยา

ครั้นเมื่อศาสนาอิสลามได้ถูกประทานลงมาโดยผ่านศาสนฑูตหรือนบี   คัมภีร์ที่ถูกประทานมาผ่านนบี ก็ได้บัญญัติ ให้มนุษย์สังเกต และไตรตรองในสิ่งที่อัลลอฮทรงสร้างขื้น รวมถึงตัวมนุษย์เอง ดังที่อัลลอฮได้ตรัสในตอนหนึ่งว่า

وَفِي أَنْفُسِكُمْ أَفَلَا تُبْصِرُونَ

ความว่า : และในตัวพวกเจ้าพวกเจ้าจะไม่เห็นดอกหรือ (อัซ-ซาริยาต : 51/21)

อัลกุรอานได้กล่าวถึงการสร้างมนุษย์ การเป่าวิญญาณ(รูฮ : روح)เข้าสู่ร่างที่ถูกสร้าง  รวมถึงพลังหรืออำนาจของจิต (นัฟซฺ : نفس) ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งดีและชั่ว เช่นอายัตดังต่อไปนี้

 

إِذۡ قَالَ رَبُّكَ لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ إِنِّي خَٰلِقُۢ بَشَرٗا مِّن طِينٖ ٧١ فَإِذَا سَوَّيۡتُهُۥ وَنَفَخۡتُ فِيهِ مِن رُّوحِي فَقَعُواْ لَهُۥ سَٰجِدِينَ ٧٢

ความว่า  : จงะลึกถึงขณะที่พระเจ้าตรัสแก่มะลาอีกะฮฺ ว่า แท้จริงข้า(อัลลอฮฺ)ได้สร้างมนุษย์คนหนึ่งจากดิน(คืออาดัม)ดังนั้น เมื่อข้า(อัลลอฮฺ)ได้ทำให้เขามีรูปร่างสมส่วน และได้เป่าวิญญาณของข้าเข้าไปในตัวเขา ฉะนั้นพวกเจ้าจงก้มลงสุญูด(กราบ)ต่อตัวเขา.  (ศอด:38/71-72)

 وَنَفۡسٖ وَمَا سَوَّىٰهَا ٧ فَأَلۡهَمَهَا فُجُورَهَا وَتَقۡوَىٰهَا ٨  قَدۡ أَفۡلَحَ مَن زَكَّىٰهَا ٩ وَقَدۡ خَابَ مَن دَسَّىٰهَا ١٠

ความว่า  : ด้วยชีวิต(จิต)และสิ่งที่ทรงทำให้มันสมบูรณ์ และพระองค์ได้ดลในมันให้รู้ทางชั่วของมันและทางสำรวมของมัน แท้จริงชัยชนะเป็นของผู้ที่ทำให้มัน(จิต)บริสุทธิ์ และแท้จริงความหายนะเป็นของผู้ที่ทำให้มันสกปรก. (อัช-ชัมซฺ:91/7-10)

 

۞وَمَآ أُبَرِّئُ نَفۡسِيٓۚ إِنَّ ٱلنَّفۡسَ لَأَمَّارَةُۢ بِٱلسُّوٓءِ إِلَّا مَا رَحِمَ رَبِّيٓۚ إِنَّ رَبِّي غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٥٣

ความว่า  : และฉันไม่อาจทำให้จิตของฉันบริลุทธิ์ใด้ แท้จริงจิตนั้นถูกครอบงำไว้ด้วยความชั่ว นอกจากที่พระเจ้าของฉันทรงเมตตา แท้จริงพระเจ้าของฉันเป็นผู้ทรงอภัย เป็นผู้ทรงเมตตาเสมอ.  (ยูซุฟ:12/53)

يَٰٓأَيَّتُهَا ٱلنَّفۡسُ ٱلۡمُطۡمَئِنَّةُ ٢٧ ٱرۡجِعِيٓ إِلَىٰ رَبِّكِ رَاضِيَةٗ مَّرۡضِيَّةٗ ٢٨ فَٱدۡخُلِي فِي عِبَٰدِي ٢٩ وَٱدۡخُلِي جَنَّتِي ٣٠

ความว่า  : โอ้ชีวิต(จิต)ที่สงบแน่นเอ๋ย เจ้าจงกลับมายังพระเจ้าของเจ้าด้วยความยินดียิ่งอย่างเป็นปิติเถิด เจ้าจงเข้าในอิบาดะฮฺ(การภักดีต่อ)ของฉัน และเจ้าจงเข้าสวรรค์ของฉันเถิด” (อัล-ฟัจรฺ:89/27-30)

และจากอายะฮฺต่างๆ ในลักษณะนี้ ได้จุดประกายความคิดแก่นักปราชญ์อิสลามที่จะศึกษาและพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับจิตและวิญญาณ เช่น อัร-รอซี, อัล-กินดี, อัล-ฆอซาลี, อัล-ฟารอบีและที่มีชื่อเสียงทีสุด คือ อิบนุซีนา โดยเขาได้เขียนในหนังสือที่มีชื่อว่า อัซ-ชีฟาอฺ (الشِّفاء)” และหนังสือเล่มอื่นๆ ซึ่งเขาได้รับอิทธิพลความคิดในเรื่องนี้จาก อริสโตเติลนักปราจญ์ชาวกรีก

มุสลิมทุกคนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเกี่ยวกับจิตมนุษย์ เพื่อที่จะได้เข้าใจตัวเองและเข้าใจบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จะบอกข่าวคราวเกี่ยวกับอิสลามหรือต้องการที่ให้พฤติกรรมของตนเองหรือบุคคลรอบข้างเปลี่ยนแปลง ดังที่ท่านบีได้กล่าวไว้ว่า

بَلِّغُوا عَنِّي وَلَوْ آيَةً

ความว่า : เจ้าจงบอกข่าวเกี่ยวกับฉันแม้จะเป็นเพียงประโยคเดียว. (อัลบุคอรี:2302)

และ

" مَنْ رَأَى مِنْكُمْ مُنْكَرًا فَلْيُغَيِّرْهُ بِيَدِهِ فَإِنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِلِسَانِهِ فَإِنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِقَلْبِهِ وَذَلِكَ أَضْعَفُ الإِيْمَانِ "

ความว่า :ผู้ใดพบเห็นสิ่งที่ไม่ดี จงเปลี่ยนสิ่งนั้นด้วยมือของเขา ถ้าไม่สามารถก็ให้เปลี่ยนด้วยลิ้น (วาจา) ถ้าไม่สามารถก็ให้เปลี่ยน (ห้าม) ด้วยใจ และสิ่งนั้น (ห้ามด้วยใจ) เป็นอิมานที่อ่อนแอที่สุด (มุสลิม : 70)

จากหะดิษดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า มุสลิมทุกคนต้องเป็นดาอีย์หรือผู้เผยแพร่ศาสนา มีหน้าที่เผยแพร่  ชักชวน เชิญชวน ให้มวลมนุษย์หันกลับเข้าหาอัลลอฮ นับถือและปฏิบัติตามคำสอนในศาสนาของพระองศ์ นำบทบัญญัติที่พระองค์กำหนดมาเป็นวิถีการดำรงชีวิตในทุกๆด้าน ภักดีหรือทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์เท่านั้น และหันห่างจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย เผยแผ่ความจริงที่มาจากพระองค์ เชิญชวนเพื่อนมนุษย์ให้ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี และห้ามปรามมนุษย์กระทำในสิ่งที่ชั่ว

كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ

ความว่า :  พวกเจ้า(ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและนบีมูฮำมัด)เป็นประชาชาติที่ดียิ่ง ถูกให้บังเกิดขึ้นสำหรับมนุษยชาติ พวกเจ้าสั่งใช้ในเรื่องความดี และพวกเจ้าห้ามปรามในสิ่งมิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ. (อาลา อิมรอน : 3/110)

จะเห็นว่า หน้าที่ของดาอีย์นั้นมีความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ การชักชวน การเชิญชวน ของดาอีย์ มิใช่มีเพียงแค่บอกข่าวหรืออ่านสาสน์ให้มนุษย์ฟังแล้วคอยฟังว่าเขารับหรือไม่รับเท่านั้น แต่ดาอีย์จะต้องเรียนรู้สภาพทัวๆไปของเพื่อนมนุษย์ที่เขาต้องบอกข่าวนั้นด้วย เรียนรู้วิธีการที่จะทำให้มนุษย์เข้าใจและพร้อมที่จะรับสาสน์ที่นำมาเผยแพร่ แน่นอนนอกจากจะต้องศึกษาวิชาศาสนาแล้ว ดาอีย์จะต้องเรียนรู้วิชาอื่นๆอีกด้วย

ٱدۡعُ إِلَىٰ سَبِيلِ رَبِّكَ بِٱلۡحِكۡمَةِ وَٱلۡمَوۡعِظَةِ ٱلۡحَسَنَةِۖ وَجَٰدِلۡهُم بِٱلَّتِي هِيَ أَحۡسَنُۚ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعۡلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِۦ وَهُوَ أَعۡلَمُ بِٱلۡمُهۡتَدِينَ ١٢٥

ความว่า : จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม(อัลฮิกมะฮฺ)และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า  แท้จริงพระเจ้าของพระองค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง (อัลกุรอาน : 16/125)

คำว่า อัลฮิกมะฮฺ ในที่นี้อุลมาอฺหรือผู้รู้ในอิสลามบางท่านกล่าวว่าเป็นการเชิญชวนหรือการเรียกร้องสู่แนวทางของอัลลอฮฺโดยใช้อัลกุรอานและหะดีษนบี บางท่านอย่างชีคอับดุลอาซิซ บินบาซ ได้กล่าวว่า หมายถึงการเรียกร้องด้วยวิธีการที่ง่าย คนถูกเชิญชวนเข้าใจได้ง่าย ด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวล ไม่แข็งกร้าว นำสู่สันติและการสร้างสรรค์ ไม่ใช่นำสู่ความวุ่นวายและหายนะ

และท่านนบี-ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม-ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า

" أُمِرْنَا أَنْ نُكَلِّمَ النَّاسَ عَلَى قَدْرِ عُقُولِهِمْ "

ความว่า : เราถูกใช้ให้พูดกับมนุษย์เท่าความสามารถทางปัญญาของพวกเขา. (อัดไดละมีย์:1611) [1]

บรรดานบีตั้งแต่นบีอาดัม-อะลัยฮิซะลาม-จนถึงศาสนทูตคนสุดท้าย มุหัมมัด-ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม-จะต้องพูดคุยและสอนมนุษย์ด้วยภาษาและวิธีการที่สอดคล้องกับความสามารถและสภาพของคนๆนั้น และท่านได้กล่าวในอีกตอนหนึ่งว่า

"إِنَّ اللهَ لَمْ يَبْعَثْنِي مُعَنِّتًا، وَلَا مُتَعَنِّتًا، وَلَكِنْ بَعَثَنِي مُعَلِّمًا مُيَسِّرًا"

ความว่า :  แท้จริงอัลลอฮฺไม่ได้ส่งฉันมาเป็นคนที่ยากและหาความยาก แต่พระองค์ส่งฉันมาให้เป็นครูที่ง่ายดาย.(มุสลิม:1478)

หนึ่งในวิชาความรู้ที่มุสลิมที่ต้องเป็นดาอีย์(ผู้เผยแพร่ศาสนา)และครูจะต้องเรียนรู้สร้างความง่ายดายแก่ผู้เรียนหรือผู้ที่ถูกสอน เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและการเรียนรู้ของมนุษย์ เพื่อนำไปใช้ในการเชิญชวนเพื่อนมนุษย์ให้มีความสุขทั้งผู้รับและมีความสุขทั้งผู้ให้อย่างที่อัลกุรอานได้บัญญัติใช้คำว่า “หิกมะฮฺ” นั้นคือ วิชาจิตวิทยา (Psychology)


[1] หะดีษรายงานจากอิบนุอับบาซ ด้วยสายรายงานที่อ่อน 


คำถามท้ายบท

บทนำ

1. คำถามท้ายบท (แบบปรนัย) 

2. คำถามแบบอัตนัย
  1. อะไรคือแรงจูงใจเบื้องต้นที่ทำให้มนุษย์พยายามทำความเข้าใจเหตุการณ์รอบตัว?

  2. มนุษย์ใช้วิธีใดในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ใหม่กับประสบการณ์ในอดีต?

  3. ทำไมความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม?

  4. วิทยาการด้านจิตวิทยามีต้นกำเนิดและพัฒนาอย่างไรตามบทความ?

  5. อัลกุรอานมีมุมมองต่อ "จิต" (نَفْس) อย่างไร และส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์อย่างไร?

  6. จากอายะฮ์ในอัช-ชัมซฺ (91/7-10) สรุปคุณสมบัติของ "จิตที่บริสุทธิ์" ได้อย่างไร?

  7. นักปราชญ์มุสลิมกลุ่มใดบ้างที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องจิตและวิญญาณ?

  8. เพราะเหตุใดมุสลิมทุกคนจึงควรศึกษาเกี่ยวกับจิตมนุษย์ตามคำสอนของศาสนาอิสลาม?

  9. บทบาทของ “ดาอีย์” เชื่อมโยงกับการเรียนรู้จิตวิทยาในแง่มุมใดบ้าง?

  10. การเชิญชวน (ดาอฺวะฮฺ) ที่มีประสิทธิภาพควรตั้งอยู่บนหลักการใดตามอัลกุรอาน 16:125?

  11. อัลฮิกมะฮฺ (الحكمة) ในบริบทของการเผยแผ่ศาสนาหมายถึงอะไร?

  12. หะดีษที่กล่าวว่า “เราถูกใช้ให้พูดกับมนุษย์เท่าความสามารถทางปัญญาของพวกเขา” สะท้อนแนวคิดการสอนอย่างไร?

  13. บทบาทของท่านนบี ﷺ ในฐานะ "มุอัลลิม มุยัสซีร" (ครูที่ทำให้เรื่องง่าย) มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้เผยแผ่ศาสนา?

  14. จิตวิทยาในฐานะเครื่องมือในการเข้าใจและเปลี่ยนพฤติกรรมมีประโยชน์เชิงปฏิบัติอย่างไรสำหรับดาอีย์?

  15. คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าดาอีย์จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งศาสนาและศาสตร์อื่น ๆ ควบคู่กัน?



คำนำ

 

 

คำนำ

 

الحَمْدُ لله رَبِّ العَالَمِينَ وَالصَّلاَةُ وَالسَّلاَمُ عَلَى أَشْرَفِ الأَنْبِياءِ وَالمُرْسَلِينَ وَعَلَى آلِهِ وَأَصْحَابِهِ وَالتّابِعِينَ وَمَنْ تَبِعَهُمْ بِإِحْسَانٍ إِلَى يَوْمِ الدِّيِنِ

บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก..และสุขสันติจงมีแด่ท่านศาสดามูฮัมหมัด และบรรดาสมาชิกครอบครัวของท่าน สหายของท่านและคนที่ตามแนวทางของท่านจนถึงวันสิ้นโลก ..

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า وَمَآ أُوتِيتُم مِّنَ ٱلۡعِلۡمِ إِلَّا قَلِيلٗا  (และพวกท่านจะไม่ได้รับความรู้ใด ๆ เว้นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น)(อัล-อิซรออฺ:17/85) ในทุกอาชีพการงานมนุษย์จะต้องรอบรู้ในเรื่องที่ทำนั้น โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเพื่อนมนุษย์ นอกจากที่เขาจะต้องรู้ในเรื่องงานนั้นแล้วเขาจะต้องมีความรู้ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์  งานหนึ่งของมุสลิมทุกคนจะต้องทำไม่มากก็น้อย คือ งานดะอฺวะฮฺหรือเผยแพร่ศาสนา ก่อนที่จะเผยแผ่หรือเผยแพร่ศาสนาแก่ผู้ใดสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ก็คือสภาพของคน ๆ นั้น ความต้องการของคน ๆ นั้นและสิ่งที่จะเผยแผ่ เช่นเดียวกับครูนอกจากครูจะต้องรอบรู้ในวิชาที่จะสอนนั้นแล้วครูยังต้องรู้วิธีการสอนที่ได้ผลดีที่สุด ทำให้คนที่สอนได้ครับรู้ไปมากที่สุดอย่างมีความสุข นั้นคือ ต้องรู้ในเรื่องจิตวิทยา

หนังสือจิตวิทยาสำหรับดาอีย์ที่อยู่ในมือท่านนี้ ผู้เขียนพยายามจะรวบรวมความรู้จิตวิทยาและจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพครูที่คนส่วนใหญ่เขาเรียนกัน ยังได้รวบรวมอัลกุรอานและหะดีษนบีที่เกี่ยวข้องมานำเสนอเพื่อให้เราจะได้กลับไปศึกษาจากความรู้ที่แท้จจริงและไม่ได้มาจากการลองผิดลองถูก

وَنَزَّلۡنَا عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ تِبۡيَٰنٗا لِّكُلِّ شَيۡءٖ

(และเราได้ให้คัมภีร์แก่เจ้าเพื่อชี้แจงแก่ทุกสิ่ง) (อัน-นะหฺลิ:16/89)

إِنَّ هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانَ يَهۡدِي لِلَّتِي هِيَ أَقۡوَمُ

(แท้จริง อัลกุรอานนี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง) (อัล-อิสรออฺ:17/9)

لَّقَدۡ كَانَ لَكُمۡ فِي رَسُولِ ٱللَّهِ أُسۡوَةٌ حَسَنَةٞ

 لِّمَن كَانَ يَرۡجُواْ ٱللَّهَ وَٱلۡيَوۡمَ ٱلۡأٓخِرَ وَذَكَرَ ٱللَّهَ كَثِيرٗا 

 (โดยแน่นอนในเราะซูลของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงาม สำหรับพวกเจ้าแล้ว สำหรับผู้ที่หวัง(จะพบ)อัลลอฮฺและวันปรโลก และรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก( (อัล-อะหฺซาบ:33/27)

หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย และอาจเป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจจะได้เรียนรู้ความรู้ในลักษณะที่อ้างอิงจากอัลกุรอานและหะดีษนบีอย่างที่ผู้เขียนได้พยายามเขียนในเล่มนี้ในลักษณะนี้ สำหรับที่จะศึกษาในเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

  และสุขสันติจงมีแด่ท่านศาสดามูฮัมหมัด และบรรดาสมาชิกครอบครัวของท่าน..

وصَلَى اللهُ تَعَالَى عَلَى سَيِّدِنَا مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِهِ وَصَحْبِهِ وَسَلِّمْ

 

อิบรอฮีม  อัลมุสฏอฟา หะยีสาอิ

1/12/2024

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...