4.4. พัฒนการด้านต่างๆ ของมนุษย์: ด้านสังคม

 

พัฒนาการด้านสังคมของมนุษย์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคมในแต่ละช่วงวัย โดยสรุปแล้ว พัฒนาการทางสังคมของมนุษย์จะเริ่มจาก ตนเองเป็นศูนย์กลาง ในวัยแรกเกิด และค่อยๆ ขยายขอบเขตความสัมพันธ์ออกไป ตามลำดับ

พัฒนาการด้านสังคมในแต่ละช่วงวัยมีดังนี้:

  • แรกเกิด - 6 เดือน

    • ทารกจะรู้จักแยกแยะและไว้วางใจบุคคลที่คุ้นเคย และบุคคลที่แปลกหน้า
    • ในช่วงอายุประมาณ 2-6 เดือน ทารกจะเริ่มยิ้มตอบ
    • พัฒนาการจะเริ่มอ่อนขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตนเท่านั้น
    • ต้องการความรัก-ความอบอุ่น และเรียกร้องให้ผู้อื่นอุ้ม
    • เด็กจะพบคนเพียงคนเดียวและคนต่างเพศ ในลักษณะที่เหมือนกัน โดยไม่ถือว่าเป็นเพศชายหรือเพศหญิง
    • จะพัฒนาความสัมพันธ์กับคนอื่นๆในลักษณะต่างเพศต่อไป
  • วัยเด็ก

    • เด็กในวัยนี้จะมีความสุขเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น การเล่นกลางแจ้ง หรือการปีนป่าย
    • จะเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ในโรงเรียน
    • เด็กเล็กส่วนมากจะยังคงมีเพื่อนเป็นเพื่อนเล่นอยู่
    • มีพัฒนาการที่สำคัญคือการรู้จักบทบาท "พ่อ-แม่" และ "เพื่อน" ในลักษณะที่มีฐานะเหมือนๆ กัน** (ไม่ใช่ฐานะเหนือกว่า)
    • เด็กจะต้องคำนึงถึงการจัดสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่เด็ก
    • ในวัยเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับเพื่อนและครู
  • วัยรุ่น

    • วัยรุ่นจะพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลาง
    • จะรู้จักหาคนหรือเพื่อนที่พึ่งพาอาศัยตนเองได้
    • รักใคร่เพื่อน
    • สนใจเรื่องเพศ
    • รู้จักการใช้ชีวิตและสร้างครอบครัว
    • มีคุณธรรมจริยธรรม และส่งเสริมให้รักครอบครัว รวมถึงควรส่งเสริมให้รักคนเหล่านั้นเป็นการทดแทน
    • มักจะมีการรวมกลุ่มในเพื่อนชายล้วนๆ หรือกลุ่มเพื่อนหญิงล้วน
    • อาจเป็นกลุ่มในรูปแบบต่างๆ เช่น เพื่อนแล่น (Play Group), เพื่อนนักเรียน (School Group), เพื่อนชวนชม (Club), เพื่อนต่างเพศ (Fantasy), เพื่อนสนิท (Cliques), เพื่อนรวมชมรม (Gang)
    • มีการแตกกลุ่มย่อย
    • บุคคลจะพยายามหาหรือเรียกร้องสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น บ้านสวย รวย หรือมีเพศตรงข้ามที่ดี
    • พยายามเข้าโรงเรียนที่ดี เพื่อให้ตนเองมีความเจริญทางสังคมเป็นที่ยอมรับ
    • ในช่วงวัยรุ่นมีพัฒนาการของกลุ่มเพื่อนที่ชัดเจน แบ่งเป็น 5 ขั้นดังนี้:
      1. กลุ่มเตรียมเริ่มขึ้น (Pre-crowd) เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหญิงและเด็กชายในระยะวัยรุ่นตอนต้น โดยยังไม่มีการเลือกเพศที่ชัดเจน
      2. กลุ่มเริ่มขึ้น (Beginning Crowd) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเด็กชายและกลุ่มเด็กหญิง
      3. รวมกลุ่ม (Crowd in Transition) เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนบางส่วนของกลุ่มเด็กชายและกลุ่มเด็กหญิงในระยะวัยรุ่นตอนกลาง
      4. แยกกลุ่ม (Fully Developed Crowd) เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกลุ่มชาย-หญิง และแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ละ 3-5 คน ในระยะวัยรุ่นตอนปลาย
      5. แยกคู่ (Crowd Disintegration) เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของกลุ่มชาย-หญิง โดยแยกออกเป็นคู่ๆ (pair off) เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันอย่างแท้จริงหรือเป็นสามีภรรยาได้ในระยะวัยรุ่นตอนปลาย ส่วนสมาชิกที่เหลือจะสลายตัวไปจากกลุ่ม
    • การสร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนฝูงมีความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเพื่อนเพศเดียวกัน
    • เรียนรู้การสร้างครอบครัว
  • วัยผู้ใหญ่

    • เป็นช่วงที่ต้องสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ตนเองและครอบครัว
    • ต้องรับผิดชอบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และกิจกรรมต่างๆ
    • มีการออกงานสังคม เช่น งานเลี้ยง, งานบวช, งานบุญต่างๆ และงานฉลองต่างๆ
    • มีกิจกรรมที่เปิดเผย
    • มีการเดินทางท่องเที่ยว และพบปะผู้คน
    • มีการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่เหมาะสมกับชีวิตและสถานะของตน
    • จะเริ่มมีบุตรหลาน
    • บุคคลจะรู้จักตนเองและเป็นผู้ใหญ่ทางด้านอารมณ์
    • มีความคิดและความรู้สึกที่ต้องพึ่งพาอาศัยตนเอง
    • รู้จักคนหรือเพื่อนที่พึ่งพาอาศัยตนเอง
    • รักใคร่เพื่อน
    • สนใจเรื่องเพศ
    • รู้จักการใช้ชีวิตและสร้างครอบครัว
    • มีคุณธรรมจริยธรรม และส่งเสริมให้รักครอบครัว รวมถึงควรส่งเสริมให้รักคนเหล่านั้นเป็นการทดแทน
  • วัยชรา

    • เป็นวัยที่คนชราส่วนมากจะอยู่กับบุตรหลาน
    • โดยธรรมชาติคนชราต้องการการดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือจากบุตรหลาน
    • มีการรวมกลุ่มเรื่องราวต่างๆ
    • ทำธุรกิจ สังคม สมาคม
    • ผู้ใหญ่ในช่วงวัยนี้มักจะต้องการการดูแลรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
    • ชอบสังคมเพื่อนวัยเดียวกัน

        พัฒนาการด้านสังคมของมนุษย์เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจาก การมีตนเองเป็นศูนย์กลาง ในวัยทารก และค่อยๆ ขยายวงความสัมพันธ์ออกไปสู่สังคมที่กว้างขึ้น ตามลำดับขั้นของการเจริญเติบโต

        จากการศึกษาพบว่า ในแต่ละช่วงวัยจะมีความต้องการทางสังคมที่แตกต่างกัน วัยทารกต้องการความรักและความอบอุ่น จากผู้ดูแล วัยเด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกับเพื่อนและครู วัยรุ่นให้ความสำคัญกับกลุ่มเพื่อนและการค้นหาตัวตน ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่หลากหลาย วัยผู้ใหญ่มุ่งเน้นการสร้างครอบครัวและความมั่นคงในชีวิต และ วัยชราต้องการการดูแลจากบุตรหลานและการอยู่ร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน

        ความเข้าใจในพัฒนาการด้านสังคมช่วยให้เราสามารถ:

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สำหรับการพัฒนาทางสังคมในแต่ละช่วงวัย
  • เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการ ของคนในวัยต่างๆ
  • ส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ในครอบครัวและสังคม
  • วางแผนการดูแลและพัฒนา ตนเองและคนรอบข้างให้เหมาะสมกับวัย

        การพัฒนาทางสังคมที่สมบูรณ์จะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีความสุข สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี และสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับผู้อื่นตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติและเป็นสุข

บทบาทของครู

        บทบาทของครูในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมของมนุษย์ในแต่ละช่วงวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะครูไม่เพียงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคคลในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านความสัมพันธ์ การปรับตัว และคุณธรรมจริยธรรม

    ตัวอย่างบทบาทของครูในแต่ละช่วงวัย

ช่วงวัยบทบาทของครูในการส่งเสริมพัฒนาการทางสังคม
วัยแรกเกิด - 6 เดือน- สนับสนุนผู้ปกครองในการสร้างความรักและความอบอุ่น
- ให้คำแนะนำเรื่องการตอบสนองต่อความต้องการของทารก
- ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์พื้นฐานระหว่างเด็กกับผู้ดูแล
วัยเด็ก- สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเป็นมิตร
- ส่งเสริมการเล่นร่วมกันเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคม
- สอนบทบาททางสังคม เช่น พ่อแม่ เพื่อน ผ่านกิจกรรมจำลอง
- ช่วยเด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
วัยรุ่น- เป็นที่ปรึกษาและผู้ชี้แนะในการค้นหาตัวตน
- ส่งเสริมการรวมกลุ่มอย่างสร้างสรรค์ เช่น ชมรมหรือกิจกรรมกลุ่ม
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกทางอารมณ์และความคิด
- สอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และการเคารพผู้อื่น
วัยผู้ใหญ่- สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาตนเอง
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคมและครอบครัว
- เป็นแบบอย่างในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ
- ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและการแก้ปัญหาทางสังคม
วัยชรา- ส่งเสริมกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น การเล่าเรื่อง การทำงานกลุ่ม
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมในสังคมและการดูแลสุขภาพจิต
- สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่
- เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้สูงอายุกับครอบครัวและชุมชน

ครูในฐานะ “ผู้ปลูกฝังและประคับประคอง”

  • ปลูกฝังคุณค่า เช่น ความเคารพ ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

  • ประคับประคองการเติบโต โดยเข้าใจความแตกต่างของแต่ละวัย และปรับวิธีการสอนให้เหมาะสม

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา ทั้งในห้องเรียนและกิจกรรมเสริม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...