4.2. พัฒนาการด้านต่างๆ ของมนุษย์: ด้านสติปัญญา




        พัฒนาการด้านสติปัญญาหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการคิด การรับรู้ การเรียนรู้ และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงวัยของมนุษย์

        โดยสรุปแล้ว พัฒนาการทางสติปัญญาจะดำเนินไปตามลำดับขั้น ดังนี้:

  • แรกเกิด - 2 ปี

    • สมองของทารกจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
    • เมื่อสมองพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทารกจะเริ่มใช้ประสาทสัมผัสและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
  • ในวัยเด็ก

    • วัยเด็กตอนต้น (โดยทั่วไปประมาณ 2-7 ปี อ้างอิงทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ในแหล่งข้อมูลอื่น)
      • เด็กจะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Ego centric)
      • ขาดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
      • ขาดความสามารถในการคิดแบบเหตุผลต่างๆ
      • จะเริ่มเรียนรู้สิ่งที่เป็นรูปธรรมได้แล้ว เช่น เด็กเล็กชอบสิ่งยาวเป็นต้น
      • อาจเข้าใจเหตุผลได้บ้าง และสามารถคิดแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้
    • วัยเด็กตอนปลาย
      • เด็กจะเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนได้
      • เข้าใจหลักเหตุผล และสามารถคิดแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้
  • ในวัยรุ่น

    • สมองจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่
    • สามารถเรียนรู้สิ่งที่เป็นนามธรรมได้
    • มีความจำดีที่สุด
    • สามารถเรียนรู้สิ่งซับซ้อนได้ และสามารถใช้สติปัญญาได้ดีกว่าวัยเด็ก
    • สามารถคิดได้ลึกซึ้ง และเข้าใจว่าตนเองควรทำอะไรอย่างรอบคอบ
  • ในวัยผู้ใหญ่

    • ปริมาณสมองจะลดลงหลังจากอายุ 25 ปี เป็นต้นไป
    • อย่างไรก็ตาม สมองยังคงพัฒนาคุณภาพดี
    • มีความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล การสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ และการสร้างแรงจูงใจให้ประสบความสำเร็จ
    • ความจำอาจเริ่มเสื่อมลง
  • ในวัยชรา

    • ปริมาณและคุณภาพของสมองจะเสื่อมลง
    • สมองจะทำงานช้าลง มีความจำและไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
    • การเสื่อมของสมองเกิดจากการตายของเซลล์ประสาท ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลง
    • ความจำจะเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง

        พัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์เป็นไปตามหลักทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์ ซึ่งสติปัญญาจะพัฒนาไปตามวัย ตั้งแต่วัยแรกเกิดที่เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส จนถึงวัยเรียนและวัยรุ่นที่สามารถคิดนามธรรมและใช้เหตุผลซับซ้อนได้ดีขึ้น ก่อนที่จะเริ่มมีการเสื่อมของความสามารถทางสติปัญญาในวัยชรา

บทบาทของครู

บทบาทของครูในการส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาในแต่ละช่วงวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาตามลำดับขั้นของพัฒนาการที่อ้างอิงจากทฤษฎีของเพียเจต์ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:

ตัวอย่างบทบาทของครูตามช่วงวัย

ช่วงวัยลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาบทบาทของครู
แรกเกิด - 2 ปีเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการตอบสนองต่อสิ่งเร้า- จัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและกระตุ้นการสำรวจ<br>- ใช้ของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เช่น เสียง สี รูปทรง
วัยเด็กตอนต้น (2-7 ปี)คิดแบบยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่เข้าใจเหตุผลนามธรรม- ใช้กิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น การเล่นบทบาทสมมติ<br>- สื่อสารด้วยภาษาง่าย ๆ และชัดเจน<br>- ส่งเสริมการตั้งคำถามและการทดลอง
วัยเด็กตอนปลาย (7-11 ปี)เริ่มเข้าใจเหตุผลและแก้ปัญหาได้ดีขึ้น- จัดกิจกรรมที่เน้นการคิดวิเคราะห์ เช่น เกมวางแผน<br>- ส่งเสริมการทำงานกลุ่มเพื่อฝึกการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น<br>- ใช้คำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นการคิด
วัยรุ่น (11 ปีขึ้นไป)คิดเชิงนามธรรมได้ดี มีความจำและการวางแผน- ส่งเสริมการอภิปรายและการตั้งสมมติฐาน<br>- ใช้โครงงานหรือกิจกรรมที่ท้าทายความคิด<br>- กระตุ้นให้คิดอย่างมีวิจารณญาณและมีเหตุผล
วัยผู้ใหญ่สมองยังมีคุณภาพดี แม้ปริมาณลดลง- สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต<br>- ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง<br>- ใช้ประสบการณ์เป็นฐานในการเรียนรู้
วัยชราสมองเสื่อมลง ความจำลดลง- ใช้กิจกรรมที่กระตุ้นความจำ เช่น การเล่าเรื่อง<br>- สนับสนุนการเรียนรู้แบบช้า ๆ และซ้ำ ๆ<br>- สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและไม่กดดัน

        ครูจึงมีบทบาทเป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ที่ต้องเข้าใจพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย เพื่อออกแบบกิจกรรมและวิธีการสอนให้เหมาะสมกับระดับสติปัญญาและความสามารถของผู้เรียนในแต่ละช่วงชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...