2.2.7. กลุ่มจิตวิทยาอิสลาม

 


จิตวิทยาในอิสลามเป็นการบูรณาการระหว่างความเข้าใจด้านจิตใจมนุษย์และหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม โดยให้ความสำคัญกับมิติทางจิตวิญญาณควบคู่ไปกับด้านสังคมและพฤติกรรม แนวคิดเหล่านี้มีรากฐานจากอัลกุรอาน ฮาดิษ และการตีความของนักวิชาการมุสลิม รวมถึงการผสมผสานวิทยาการสมัยใหม่

1. แนวคิดของจิตวิทยาในอิสลาม

จิตวิทยาในอิสลาม (Islamic Psychology) มีมุมมองที่แตกต่างจากจิตวิทยาตะวันตกที่มักมุ่งเน้นมิติทางวัตถุ โดยอิสลามให้ความสำคัญกับความสมดุลของมนุษย์ในสามมิติหลัก:

  • นัฟซ์ (نَفْسٌ)จิตวิญญาณหรือจิตใจ ในอัลกุรอานนถูกแบ่งออกเป็น ระดับ[3]
    • นัฟซ์ อัล-อัมมาระฮฺ (أمارة بالسوء): จิตใจที่โน้มนำไปทางชั่วร้าย
    • นัฟซ์ อัล-ลาววามะฮฺ (لوامة): จิตใจที่รู้สึกผิดและตำหนิตนเอง
    • นัฟซ์ อัล-มุฏมะอิ่นนะฮฺ (مطمئنة): จิตใจที่สงบและมีความศรัทธาเต็มเปี่ยม
  • อักลฺ (عَقْلٌ)สติปัญญา ที่มีหน้าที่ช่วยแยกแยะระหว่างสิ่งที่ดีและไม่ดี
  • กัลบฺ (قَلْبٌ)หัวใจในแง่จิตวิญญาณ ที่เป็นศูนย์กลางของความศรัทธาและอารมณ์

เป้าหมายสำคัญ ของจิตวิทยาในอิสลามคือการช่วยมนุษย์พัฒนา นัฟซ์ ให้ไปถึงระดับความสงบ (Mutma'innahโดยผ่านการเชื่อฟังและภักดีต่ออัลลอฮฺ

2. กลุ่มและสำนักคิดด้านจิตวิทยาในอิสลาม

2.1 แนวคิดในยุคคลาสสิก

  • กลุ่มนักจิตวิทยาเชิงปรัชญาเช่น อิบนุ ซินา และอัล-ฟาราบี เน้นการวิเคราะห์ธรรมชาติของจิตใจโดยเชื่อมโยงกับปรัชญาและความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับจิตใจ
  • กลุ่มนักจิตวิทยาเชิงจริยธรรมเช่น อิหม่ามอัลฆอซาลี ผู้เน้นการพัฒนาคุณธรรมและจิตวิญญาณเพื่อความสุขนิรันดร์

2.2 แนวคิดในยุคปัจจุบัน

  • กลุ่มจิตวิทยาอิสลามเชิงบูรณาการเช่น ดร. มาลิก บาดรี ที่เชื่อมโยงจิตวิทยาสมัยใหม่กับอิสลาม โดยมองว่าหลักคำสอนทางศาสนาเป็นแนวทางการรักษาปัญหาทางจิต
  • กลุ่มจิตวิทยาเชิงประยุกต์พัฒนาวิธีการบำบัดที่ใช้คำสอนของอิสลาม เช่น การซิกรุลลอฮฺ (การรำลึกถึงพระเจ้า) การละหมาด และการใช้ฮิกมะฮฺ (ปัญญา)

3. การปฏิบัติในจิตวิทยาอิสลาม

3.1 การวินิจฉัยและเยียวยา

การปฏิบัติในจิตวิทยาอิสลามมุ่งเน้นการบำบัดจิตใจและพฤติกรรมโดยใช้หลักคำสอนทางศาสนา ตัวอย่างวิธีการ:

  • การซิกรุลลอฮฺการรำลึกถึงพระเจ้าเพื่อลดความกังวลและความเครียด
  • อัลกุรอานเธอราพี (Quranic Therapy:العلاج بالقرآن)การอ่านหรือฟังอัลกุรอานเพื่อการรักษาปัญหาทางจิต
  • ดูอาอ์ (Dua)การขอพรเพื่อขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ
  • การละหมาดใช้ละหมาดเพื่อสร้างสมาธิ ความสงบ และการฟื้นฟูจิตใจ

3.2 การพัฒนาตนเอง

การปฏิบัติในจิตวิทยาอิสลามเน้นการเสริมสร้างคุณธรรม เช่น:

  • ตักวา (Taqwa)ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เพื่อยกระดับจิตใจ
  • ศอบัร (Sabr)ความอดทนและการควบคุมอารมณ์
  • อิคลาศ (Ikhlas)ความบริสุทธิ์ใจในการกระทำ

3.3 การบำบัดเชิงสังคม

  • การเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน เช่น การเคารพพ่อแม่ การช่วยเหลือผู้อื่น
  • การส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

4. การบูรณาการจิตวิทยาอิสลามในยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มีการนำแนวคิดจิตวิทยาอิสลามไปปรับใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น:

  • การวิจัยเชิงจิตวิทยาศาสนาในมหาวิทยาลัยอิสลามทั่วโลก
  • การจัดตั้งองค์กร เช่น International Association of Islamic Psychology (IAIP)
  • การฝึกอบรมและสัมมนาสำหรับนักจิตวิทยามุสลิม

ตัวอย่างรูปแบบการบำบัดร่วมสมัย

  • การบำบัดด้วยจิตวิทยาเชิงอิสลาม (Islamic Psychotherapy)
  • การใช้ Mindfulness ควบคู่กับการซิกรุลลอฮฺ

 

กลุ่มจิตวิทยาในอิสลามเป็นการบูรณาการระหว่างหลักคำสอนทางศาสนาและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ แนวคิดและการปฏิบัติในจิตวิทยาอิสลามสามารถช่วยให้ผู้คนพัฒนาคุณธรรม ลดความเครียด และมีชีวิตที่สงบสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

แนวทัศนะอิสลามกับแนวความคิดจิตวิทยากลุ่มต่างๆ

แนวความคิดจิตวิทยากลุ่มต่างๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น จริงอยู่จากแนวความคิดของพวกเขา สามารถที่จะอธิบายในสิ่งที่เร้นลับบางอย่างให้แก่เรา หลายอย่างทำให้เราสามารถเข้าใจมนุษย์และจิตใจของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังพบว่าในการศึกษาในเรื่องจิตวิทยาของพวกเขายังมีข้อบกพร่องหลายอย่าง เช่น

1. พบว่าหลายกลุ่มใช้วิธีการศึกษาจิตวิทยามนุษย์โดยวิธีแยกส่วน แล้วนำไปอธิบายว่านั้นคือมนุษย์หรือสภาพจิตมนุษย์

2. บางกลุ่มได้ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ โดยวิธีการศึกษาจากพฤติกรรมของสัตว์ แล้วสรุปว่า พฤติกรรมของสัตว์เป็นอย่างไร พฤติกรรมมนุษย์ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

3. ทุกกลุ่มได้มีการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์หรือจิตใจของมนุษย์ ไม่ได้คำนึงถึงผู้สร้างหรือผู้กำเนิดมนุษย์(อัลลอฮฺพวกเขาได้ทำการศึกษามนุษย์ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ แต่ไม่เคยศึกษาภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวกับพระเจ้าผู้ทรงสร้างเลย

จากตัวอย่างข้อบกพร่องที่กล่าวมาทั้ง 3 อย่างข้างบน ทำให้เรารู้ว่า การศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์หรือจิตมนุษย์ เป็นการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ เพราะยังไม่ได้ศึกษามนุษย์ที่เป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

มนุษย์คือใคร ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งใด และมีพฤติกรรมที่แท้จริงอย่างไร ?

อัลลอฮฺตรัสว่า

إِذۡ قَالَ رَبُّكَ لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ إِنِّي خَٰلِقُۢ بَشَرٗا مِّن طِينٖ  فَإِذَا سَوَّيۡتُهُۥ وَنَفَخۡتُ فِيهِ مِن رُّوحِي فَقَعُواْ لَهُۥ سَٰجِدِينَ

ความว่า จงรำลึกถึงขนะที่พระเจ้าตรัสแก่มะลาอีกะฮฺว่า แท้จริงข้าจะสร้างมนุษย์คนหนึ่งจากดิน(คืออาดัมดังนั้น เมื่อข้าได้ทำให้เขามีรูปร่างสมส่วน และได้เป่าวิญญาณของข้าเข้าไปในตัวเขา ฉะนั้นพวกเจ้าจงก้มลงสูญุด(กราบ)ต่อตัวเขา (ศอด:38/71-72)

จากอายะฮฺนี้ทำให้เราเข้าใจได้ว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นจาก 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นดิน(طينและส่วนทีเป็นวิญญาณซึ่งเป็นวิญญาณของอัลลอฮฺ (روحي) ที่เป่าบรรจุลงไปในตัวมนุษย์

ส่วนที่เป็นดิน คือที่เป็นร่างกาย และระบบต่างๆภายในร่างกายมนุษย์ รวมถึงความรู้สึกต้องการต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่มนุษย์เองไม่ได้เลือก หรือที่เรียกว่าความต้องการพื้นฐาน เช่น รู้สึกหิว กระหาย หรือความต้องการทางเพศ ซึ่งส่วนนี้ของมนุษย์จะคล้ายกับสัตว์ จะแตกต่างกันตรงที่มาของความรู้สึกต้องการและการได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการนั้น

ส่วนที่สอง คือ วิญญาณ(روح) นับว่าเป็นส่วนสำคัญของความเป็นมนุษย์ หมายถึง อารมณ์รู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจมนุษย์ เช่น ความดี ความชอบ ความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม และการศรัทธาต่ออัลลอฮ หรือศรัทธาในสิ่งที่ดีงาม ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ เป็นกิจกรรมของวิญญาณ (روح) ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ ไม่สามารถสังเกตเห็นจากภายนอกได้ แต่จะสังเกตเห็นได้จากผลหรือร่องรอยของมันได้

สามารถกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้น โดยมีลักษณะพฤติกรรมของ 2 สิ่ง (مخلوق) ฝั่งอยู่ในตัวมนุษย์ คือ

1. พฤติกรรมของสัตว์ (ส่วนของดินร่างกายหรืออินทรีย์ ต้องกินเมื่อรู้สึกหิว ต้องดื่มเมื่อกระหาย ต้องสืบพันธุ์เมื่อถึงกำหนดเวลาหรือฤดู หรือพฤติกรรมอื่นๆในลักษณะนี้ เกิดขึ้นโดยที่ตัวมนุษย์ไม่ได้เป็นผู้เลือก มันเกิดขึ้นตามครรลองที่อัลลอฮกำหนดมา

2.  พฤติกรรมของมะลาอีกะฮฺ ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลลอฮสร้างขึ้นเช่นกัน โดยให้มีพฤติกรรมเป็นแนวทางเดียวคือทำแต่ความดี แสดงพฤติกรรมตามที่อัลลอฮสั่งให้ทำเท่านั้น อัลลอฮตรัสว่า..

لَّا يَعۡصُونَ ٱللَّهَ مَآ أَمَرَهُمۡ وَيَفۡعَلُونَ مَا يُؤۡمَرُونَ  

ความว่า พวกเขา (มะลาอีกะฮจะไม่ทรยศต่ออัลลอฮ ในสิ่งที่พระองค์บัญชาให้เขาทำ และพวกเขาจะกระทำเฉพาะในสิ่งที่พระองค์บัญชาเท่านั้น (อัต-ตะหฺรีม:66/6)

พฤติกรรมทั้งสองชนิดนี้จะอยู่ในตัวมนุษย์ และจะทำงานพร้อมๆกัน โดยไม่แยกส่วนกัน เช่น ความหิวของมนุษย์ และต้องกินอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานมาพยุงร่างกาย สามารถที่จะทำกิจกรรมต่างๆได้ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับสัตว์ แต่มนุษย์จะกินอาหารไม่เหมือนสัตว์ เช่น

o    มนุษย์เลือกกินอาหารได้มากกว่าสัตว์ สามารถดัดแปลงอาหารได้หลายอย่างไร ให้มีรสชาด และมีคุณค่าให้เหมาะสมแก่ร่างกาย ได้ตามที่ตนต้องการ

o    มนุษย์กลุ่มที่ศรัทธาจะเลือกกินอาหารเฉพาะที่สิ่งที่ดี และอัลลอฮฺทรงอนุญาต(หะลาล)เท่านั้น

يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ كُلُواْ مِمَّا فِي ٱلۡأَرۡضِ حَلَٰلٗا طَيِّبٗا وَلَا تَتَّبِعُواْ خُطُوَٰتِ ٱلشَّيۡطَٰنِۚ إِنَّهُۥ لَكُمۡ عَدُوّٞ مُّبِينٌ  

ความว่า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงกินสรรพสิ่งที่อยู่ในพื้นดินที่เป็นสิ่งฮาลาลและดี (มีคุณค่าและพวกเจ้าจงอย่าได้เดินตามย่างก้าวของไซฏอน เพราะไซฏอนศัตรูของเจ้าอย่างแจ่มแจ้ง (อัล-บะเกาะเราะฮฺ:2/168)

การกินอาหารเพื่อให้ได้พลังงานตามที่ร่างกายหรืออินทรีย์ต้องการนั้น เป็นพฤติกรรมของสัตว์ และการเลือกกินอาหารตามที่อัลลอฮฺสั่ง เป็นพฤติกรรมของมะลาอิกะฮฺ

ในกลุ่มนักจิตวิทยาด้วยกันยังมีความคิดเห็นขัดแย้งกัน จึงเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วที่ไม่สามารถบอกได้ว่า แนวความคิดของกลุ่มไหนดีที่สุด Hilgard นักจิตวิทยาชื่อดัง ได้กล่าวว่า อย่าพยายามไปควนหาทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ถูกต้องให้เสียเวลาเปล่าๆเลย เพราะว่าแม้จะพยายามสักเพียงใดก็ไม่อาจหาพบได้

อัลลอฮได้ตรัสในซูเราะห์ อัล-อิสรออฺ อายัตที่ 85 ว่า

وَيَسۡ‍َٔلُونَكَ عَنِ ٱلرُّوحِۖ قُلِ ٱلرُّوحُ مِنۡ أَمۡرِ رَبِّي وَمَآ أُوتِيتُم مِّنَ ٱلۡعِلۡمِ إِلَّا قَلِيلٗا ٨٥

 ความว่า และพวกเขาจะถามเจ้าเกี่ยวกับวิญญาณ (รูฮจงกล่าวเถิด เรื่องวิญญาณ (รูฮ) นั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระเจ้าของฉัน(คือ สิ่งเร้นลับ ไม่มีใครร่วงรู้ได้นอกจากพระองค์และข้าไม่ได้ให้ความรู้แก่พวกเจ้า เว้นแต่น้อยนิดเท่านั้น (อัล-อิซรออฺ:17/58)

ฉะนั้นในการศึกษาจิตวิทยาและนำทฤษฎีจิตวิทยาไปใช้ ควรจะศึกษาแนวคิดของทุกกลุ่มอย่างละเอียด แล้วเลือกเอาส่วนที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่เราต้องเผชิญในขณะนั้น และทฤษฎีนั้นต้องไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม

 

5 ความคิดเห็น:

  1. วัง
    _________________________________
    จิตวิทยาในอิสลามผสมผสานหลักคำสอนศาสนาและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยเน้นความสมดุลของร่างกายจิตใจ และจิตวิญญาณ มีเป้าหมายให้มนุษย์พัฒนาใจไปสู่ความสงบผ่านการเชื่อฟังอัลลอฮ์ แนวคิดนี้แตกต่างจากจิตวิทยาตะวันตกที่มักเน้นด้านวัตถุเท่านั้น และยังย้ำว่ามนุษย์ถูกสร้างจากดินและวิญญาณของอัลลอฮ์ จึงต้องศึกษาอย่างครบถ้วนไม่แยกส่วน และควรเลือกใช้ทฤษฎีที่สอดคล้องกับศาสนาเพื่อประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติ.
    ____________________________5003

    ตอบลบ
  2. กลุ่มจิตวิทยาอิสลาม เป็นการบูรณาการระหว่างหลักศาสนาและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีเป้าหมายสร้างสมดุลร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ช่วยพัฒนานัฟซ์ให้สงบผ่านความเชื่อฟังอัลลอฮฺ ซึ่งแตกต่างจากจิตวิทยาตะวันตกที่เน้นมิติทางวัตถุ เราจึงควรศึกษาแนวคิดทุกกลุ่มอย่างละเอียดและเลือกใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์โดยไม่ขัดกับหลักศาสนา.

    ตอบลบ
  3. จิตวิทยาอิสลามช่วยให้เราสอนเด็กแบบสมดุล ทั้งเรื่องจิตใจ คุณธรรม และศรัทธา เด็กจะได้เติบโตอย่างสงบ มีจิตใจดีงาม และมีแบบอย่างที่ดีจากครูเองด้วยค่ะ (7005)

    ตอบลบ
  4. กลุ่มจิตวิทยาในอิสลามเป็นการบูรณาการระหว่างหลักคำสอนทางศาสนาและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ และช่วยพัฒนานัฟซ์ของมนุษย์ให้เกิดความสงบ ผ่านการเชื่อฟังและภักดีต่ออัลลอฮฺค่ะ

    ตอบลบ
  5. แนวคิดจิตวิทยาอิสลามดีมากเลย เพราะมองมนุษย์แบบครบทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ ไม่แยกส่วนเหมือนแนวตะวันตก แถมยังเชื่อมโยงกับอัลลอฮฺ ทำให้การพัฒนาใจคนมีความหมายและสมดุลมากกว่า แค่รักษาใจ ก็ใกล้อัลลอฮฺด้วย 4002

    ตอบลบ

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...