2.2.2. 2. กลุ่มหน้าที่แห่งจิต (Functionalism)

 

William James

       กลุ่มหน้าที่แห่งจิตก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1900 โดยมี William James (1842-1910) และ John Dewey (1859-1952) เป็นผู้นำกลุ่ม แนวคิดนี้เกิดจากการผสมผสานระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน (Darwin Theory) และปรัชญาปฏิบัตินิยม (Pragmatic Philosophy) โดยทฤษฎีของดาร์วินกล่าวว่า สัตว์สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยการต่อสู้และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักจิตวิทยานี้เชื่อว่าจิตมีบทบาทในการช่วยมนุษย์ปรับตัวให้สมดุลกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเชื่อว่ามนุษย์สามารถหาเหตุผลและเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเองผ่านการทำงานของจิต การประสานระหว่างความคิดและการกระทำช่วยให้เกิดการปรับตัวได้ดี อีกทั้งจิตของมนุษย์ยังทำหน้าที่ด้านสัญชาตญาณ (Instinct) เพื่อสนับสนุนการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติอย่างเหมาะสม

สรุปแนวคิดของวิลเลี่ยม เจมส์ กลุ่มหน้าที่ของจิต

  1. การกระทำทั้งหมด (The Total Activities) หรือการแสดงออกของมนุษย์ เป็นผลจากจิตที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การศึกษาจิตใจของมนุษย์จึงจำเป็นต้องพิจารณาการแสดงออกของเขาในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่นักจิตวิทยายุคปัจจุบันนำมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้  
  2. การกระทำหรือการแสดงออกทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับประสบการณ์เฉพาะบุคคล (The Experience of Individual) ทำให้พฤติกรรมของแต่ละคนแตกต่างกัน  
  3. การศึกษากลุ่มนี้เน้นการสังเกต โดยเฉพาะการสังเกตภายในที่มีแนวคิดคล้ายกับกลุ่มโครงสร้างนิยม แม้ว่าจะไม่น่าเชื่อถือมากนัก แต่พวกเขาได้เพิ่มการสังเกตพฤติกรรมในสถานการณ์จริง ทำให้แนวคิดนี้น่าเชื่อถือกว่ากลุ่มโครงสร้างนิยมที่เน้นการพินิจภายในเพียงอย่างเดียว ซึ่งการสังเกตจากสถานการณ์จริงยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน  

แนวคิดของกลุ่ม Functionalism มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการศึกษาปัจจุบัน เพราะหนึ่งในเป้าหมายของการศึกษาคือการช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษา ทั้งในด้านการปรับตัวเข้ากับสังคม (Socialization) และการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ (Adaptation) โดยมีปรัชญาการศึกษาที่ว่า “การศึกษาคือการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม” วิธีการเรียนการสอนจึงควรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงมากที่สุด ดิวอี้เสนอแนวคิดสำคัญเรื่องการเรียนรู้จากการลงมือทำ (Learning by Doing) โดยใช้การสังเกต การบันทึกข้อมูล และการวิเคราะห์ พร้อมนำกระบวนการทางจิต เช่น ความคิด อารมณ์ และอื่นๆ มาประกอบ ซึ่งจะช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับใช้แนวคิด Functionalism ในการเรียนการสอน

        แนวคิดของกลุ่มหน้าที่ของจิต (Functionalism) มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเรียนการสอน เพราะเน้นว่า “การศึกษา” เป็นกลไกสำคัญในการทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างมีระเบียบและเสถียรภาพ โดยมองว่าทุกองค์ประกอบของการเรียนรู้มี “หน้าที่” ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้สามารถทำหน้าที่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม

 
แนวทางการปรับใช้

รายละเอียด

1. การปลูกฝังค่านิยมและวินัยทางสังคม

ใช้บทเรียนและกิจกรรมเพื่อสอนค่านิยมร่วม เช่น ความรับผิดชอบ ความเคารพ และความสามัคคี เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี

2. การเตรียมผู้เรียนสู่บทบาทในสังคม

จัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทของตน เช่น การฝึกทักษะอาชีพ การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหา

3. การคัดกรองและพัฒนาศักยภาพ

ใช้การประเมินผลเพื่อค้นหาความสามารถเฉพาะของผู้เรียน และส่งเสริมให้พัฒนาในด้านที่เหมาะสมกับตน

4. การสร้างความเป็นระเบียบในห้องเรียนวางระบบการเรียนการสอนที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น ตารางเรียน กฎระเบียบ และบทบาทของครู เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการเรียนรู้

5. การส่งเสริมความร่วมมือและความสามัคคี

ใช้กิจกรรมกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจระหว่างผู้เรียน

        แนวคิดนี้ช่วยให้ครูมองการเรียนการสอนในมิติที่กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นการ “สร้างคน” ที่มีคุณภาพเพื่อสังคม


ตัวอย่างการนำแนวคิด Functionalism ไปใช้ในชั้นเรียน

ตัวอย่างรายละเอียดการนำไปใช้
1. การสอนเรื่องความรับผิดชอบผ่านกิจกรรมกลุ่ม

ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเพื่อทำโครงการร่วมกัน เช่น การจัดนิทรรศการ โดยแต่ละคนมีบทบาทเฉพาะ เพื่อฝึกความรับผิดชอบและการทำงานร่วมกัน

2. การจำลองสถานการณ์ในชีวิตจริง

เช่น การจำลองบทบาท “ผู้ประกอบการ” หรือ “เจ้าหน้าที่รัฐ” เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทในสังคมและฝึกทักษะการตัดสินใจ

3. การใช้กฎระเบียบในห้องเรียนอย่างมีเหตุผล

ครูอธิบายเหตุผลของกฎ เช่น “ห้ามพูดแทรก” เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่ากฎมีหน้าที่ในการสร้างระเบียบและความเคารพซึ่งกันและกัน

4. การประเมินผลเพื่อค้นหาศักยภาพเฉพาะบุคคล

ใช้แบบทดสอบหรือกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การเขียนเรียงความ การนำเสนอ หรือการวาดภาพ เพื่อค้นหาความถนัดของแต่ละคน

5. การสอดแทรกค่านิยมผ่านเนื้อหาวิชา

เช่น ในวิชาสังคมศึกษา ครูสอดแทรกเรื่องความสามัคคี ความเสียสละ และการเคารพกฎหมาย เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดีต่อสังคม

        แนวคิดนี้ช่วยให้การเรียนการสอนไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเนื้อหา แต่เป็นการ “สร้างคน” ที่มีคุณภาพและสามารถทำหน้าที่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม

9 ความคิดเห็น:

  1. วัง
    _________________________________
    ความคิดเห็นของผมคือ แนวคิดของ William James ดูใกล้ตัวและนำมาใช้ได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการปรับตัวและเรียนรู้จากประสบการณ์
    เวลาสอน เราก็ไม่ใช่แค่ให้เด็กจำเนื้อหา แต่ต้องให้เขาได้ลองทำ ลองคิด แล้วเรียนรู้จากสิ่งนั้น
    รู้สึกว่าแนวคิดนี้ทำให้เราเข้าใจเด็กมากขึ้น และช่วยให้เขาเติบโตในแบบของตัวเองเพราะแต่ละคนก็มีความถนัดไม่เหมือนกันครับ
    ___________________________5003

    ตอบลบ
  2. ตามความคิดส่วนตัวเห็นด้วยกับ Functionalism ค่ะ เพราะช่วยให้เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม ถ้านำไปปรับใช้ในการสอน ก็จะเน้นให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เช่น ทำกิจกรรมกลุ่มหรือจำลองสถานการณ์ เพื่อช่วยให้เขาเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาตัวเองได้ค่ะ.

    ตอบลบ

  3. ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้ดีมากค่ะ เพราะไม่ได้สอนแค่ให้เด็กจำหนังสือ แต่ให้เด็ก ลองทำจริง ฝึกความรับผิดชอบ รู้จักช่วยกันทำงานเป็นทีม แล้วก็ยังสอดแทรกคุณธรรมไปด้วย ทำให้เด็กเข้าใจบทบาทในสังคมมากขึ้น สรุปก็คือการสอนแบบนี้เหมาะกับเป้าหมายการศึกษาในยุคปัจจุบันมากค่ะ

    (7026)

    ตอบลบ
  4. เห็นด้วยค่ะ เพราะแนวคิดเน้นว่าจิตและการศึกษาไม่ใช่เพียงการเก็บสะสมความรู้แต่เป็นกลไกเพื่อการปรับตัวและการดำรงชีวิตในสังคม

    ตอบลบ
  5. เห็นด้วยมากๆค่ะ เพราะ “การศึกษาคือการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม“ และการเรียนรู้ไม่ใช่แค่การให้เด็กท่องจำเนื้อหา แต่คือการที่ให้เด็กได้ลงมือทำ ได้คิดและเติบโตจากประสบการณ์จริงๆ ซึ่งสำคัญมากกับการเรียนการสอนในปัจจุบันค่ะ

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  7. หนูคิดว่า แนวคิดของกลุ่มหน้าที่ของจิตเป็นแนวคิดที่ดี เพราะช่วยให้การศึกษาเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผู้เรียนได้ลงมือทำคิด วิเคราะห์ และปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างเหมาะสม ช่วยพัฒนาให้เป็นคนที่มีคุณภาพและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข (4002)

    ตอบลบ
  8. เห็นด้วยค่ะ เพราะเป็นแนวคิดที่มองว่าจิตใจของมนุษย์มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่กำลังเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (7005)

    ตอบลบ
  9. เห็นด้วยค่ะ แนวคิดของ วิลเลียม มีเหตุผลและใช้ได้จริงมาก เพราะเขามอง “จิต” ไม่ใช่แค่สิ่งที่ใช้คิด แต่เป็นสิ่งที่มีหน้าที่ช่วยให้มนุษย์ปรับตัว อยู่รอด และเรียนรู้จากประสบการณ์ ตรงกับความจริงในชีวิตประจำวัน — คนเรามักเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำ ไม่ใช่แค่ฟังหรือจำทฤษฎี

    ตอบลบ

ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory)

  ทฤษฎีการเรียนรู้   ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) หรือที่เรียกว่า " ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตัวเอง " แนวคิดหลักขอ...